Showing posts with label รายงานทางสังคม. Show all posts
Showing posts with label รายงานทางสังคม. Show all posts

Saturday, January 14, 2012

โพลวันเด็ก ปี 55 อยากให้ผู้ใหญ่ปรองดอง-ซื่อสัตย์ บอกอยากได้คอมพ์-ไอแพด

|0 ความคิดเห็น

กรุงเทพโพลล์เผยผลสำรวจความเห็นวันเด็กปี 55 ระบุนึกถึงคำขวัญมากสุด พร้อมได้เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ฟรี ทั้งยืนยันกว่าร้อยละ 37 ทำตามคำขวัญนายกฯ ที่ให้สามัคคีได้มากสุด ทั้งอยากให้ผู้ใหญ่สามัคคีปรองดองด้วย ระบุอยากได้คอมพิวเตอร์-ไอแพด เป็นของขวัญจากนายกฯ
วันนี้ (13 ม.ค.) ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ กรุงเทพโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “เรื่องของเด็กๆ กับวันเด็กปี 55” จากกลุ่มตัวอย่างเด็กที่มีอายุ 6-14 ปี ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,200 คน เมื่อวันที่ 10-12 มกราคมที่ผ่านมา พบว่า เรื่องที่เด็กๆ นึกถึงมากที่สุดเมื่อถึงวันเด็ก คือ คำขวัญวันเด็ก ร้อยละ 39.9 รองลงมาคือ การได้เข้าไปเที่ยวสวนสัตว์ฟรี ร้อยละ 24.3 และการได้เข้าชม สัมผัส อาวุธยุทโธปกรณ์แบบต่างๆ ที่ใช้ในกองทัพไทย (เช่น เครื่องบิน รถถัง เรือรบ ปืนใหญ่ เป็นต้น) ร้อยละ 11.7

สำหรับอาชีพที่เด็กใฝ่ฝันอยากจะเป็นมากที่สุดเมื่อโตขึ้น คือ อาชีพหมอ/แพทย์ ร้อยละ 15.4 รองลงมาคือ ตำรวจ ร้อยละ 14.1 และคุณครู ร้อยละ 14.0 ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 1.4 เท่านั้น ที่ระบุว่าอยากเป็นนักการเมือง

เมื่อถามถึงคุณสมบัติของคนดีในความคิดของเด็กๆ พบว่า ร้อยละ 38.4 ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต รองลงมาร้อยละ 36.2 ต้องเป็นคนใจดี มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และร้อยละ 13.9 ต้องมีความขยันอดทน

ในส่วนคำขวัญวันเด็กในปีนี้ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ว่า “สามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี” นั้น เด็กๆ ส่วนใหญ่ระบุว่าคำที่ตนเองสามารถทำได้มากที่สุดคือ คำว่า “สามัคคี” ร้อยละ 37.0 รองลงมาคือ คำว่า “คงรักษาความเป็นไทย” ร้อยละ 24.0 คำว่า “มีความรู้คู่ปัญญา” ร้อยละ 21.0 และ คำว่า “ใส่ใจเทคโนโลยี” ร้อยละ 16.6 ตามลำดับ ในขณะที่ร้อยละ 1.4 ระบุว่าไม่สามารถทำได้เลยสักข้อ

เมื่อถามถึงของขวัญวันเด็กที่อยากได้จากนายกรัฐมนตรีมากที่สุด เด็กๆ ระบุว่าอยากได้ คอมพิวเตอร์/โน้ตบุ๊ก มาเป็นอันดับแรก (ร้อยละ 17.9) รองลงมาคือ ไอแพด/แท็บเล็ต (ร้อยละ 17.8) และโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน เช่น บีบี และ ไอโฟน (ร้อยละ 12.5)

สำหรับเรื่องที่เด็กๆ อยากบอกผู้ใหญ่ในสังคมมากที่สุด คือ ให้มีความรักใคร่สามัคคีปรองดอง ร้อยละ 28.7 รองลงมาคือ ให้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกง ร้อยละ 22.8 และให้ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีของเด็ก ร้อยละ 9.8

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

Monday, December 19, 2011

สถานการณ์เด็กเยาวชนกับการค้าบริการทางเพศ

|0 ความคิดเห็น

สถานการณ์เด็กและเยาวชน (หญิง) กับการค้าบริการทางเพศ
จากรายงานข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวสด (อ้างอิง กระปุกดอทคอม: http://hilight.kapook.com/view/65702) พาดหัวข่าว “เจ้าหน้าที่รวบนักเรียนสาว 3 คนและเพื่อนกะเทย ดอดเข้ากรุงวันเสาร์-อาทิตย์ นัดแนะขายบริการลูกค้าผ่านทางเน็ต เพื่อหาค่าเทอม” โดยมีรายละเอียดข่าวสรุปได้ดังนี้

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.สด.) แถลงข่าวร่วมกันจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 17-19 ปี ค้าบริการทางเพศผ่านเว็บไซต์จำนวน 6 ราย โดยจับได้ที่ห้องเช่าเพอร์เฟ็ค รีสอร์ท ย่านลาดพร้าว กทม. สำหรับการติดตามจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา นางแอ๋ม (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ชาวบ้านใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา เข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ว่า น.ส. แอน (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ลูกสาวหายตัวไปนับเดือน เกรงว่าจะถูกล่อลวง เนื่องจากได้ทราบข้อมูลจากเพื่อนของลูกๆ อีกทั้งยังพบประกาศขายบริการทางเพศในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง หลังรับทราบข้อมูลจึงจัดชุดเข้าสืบสวนหาเบาะแส จนกระทั่งทราบว่ากลุ่มเด็กนักเรียนสาวได้รวมตัวมาเปิดห้องพักอยู่ที่ห้องเช่าดังกล่าว จึงเดินทางไปเชิญตัวมาสอบสวนทั้งหมด ผลจากการสอบสวนทั้งหมดได้ให้การรับสารภาพว่า ที่ขึ้นมายังกรุงเทพฯ เพื่อต้องการหาเงินเป็นทุนการศึกษา เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ส่วนเพื่อนผู้ชายทั้งหมดที่ถูกจับกุมเป็นกะเทยทำหน้าที่ช่วยโพสต์ลงเว็บไซต์ขายบริการทางเพศแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์ โดยจะพากันขึ้นมาในช่วงวันหยุดคือวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และจะกลับไปเรียนหนังสือต่อ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเพื่อนๆ ที่ทราบเรื่องจะผลัดกันขึ้นมาขายบริการดังกล่าว ซึ่งการขายบริการแต่ละครั้งจะอยู่ที่ ราคา 1,500 บาท โดยไม่มีหักค่าใช้จ่ายกับใคร และการรายงานข่าวในทำนองเดี่ยวกันนี้มียังอีกมายมายในช่วงปีที่ผ่านมา เช่น ศูนย์สวัสดิภาพเด็กสตรีและเยาวชน บช.น.” รวบ “3 นศ.สาว ม.เอกชนชื่อดัง” ขายตัวทาง Hi5 ยอมรับหมดเปลือกหลงผิด ใช้เงินฟุ่มเฟือย หาเงินจ่ายค่าเทอม “ผกก.ศดส.นครบาล” สั่งขยายผลจับเอเยนต์ทั่วกรุงยั่วยุชักจูงวัยรุ่นสาวค้ากาม ชี้ผิดกฎหมาย เตือน “ผู้ปกครอง” หาเวลาดูแลใส่ใจบุตรหลาน (ทีมา: ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต) เป็นต้น


จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น มีความสอดคล้องกับผลการสำรวจข้อมูลและรายงานผลสถิติตัวบ่งชี้สภาวการณ์เด็กและเยาวชน (Child Watch) อ้างอิง ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (เอกสารประมวลผลสถิตด้านสังคม 1/2553) จากรายงานดังกล่าว ด้านตัวบ่งชี้ด้านภาวะสังคมภาพรวมระดับประเทศ พบว่า
(1) ร้อยละเด็กมัธยมต้นที่เที่ยวตอนกลางคืนเป็นประจำ 5.38 ร้อยละเด็กมัธยมปลายที่เที่ยวตอนกลางคืนเป็นประจำ 6.91 ร้อยละเด็กอาชีวะที่เที่ยวตอนกลางคืนเป็นประจำ 9.57 ร้อยละเด็กอุดมศึกษาที่เที่ยวตอนกลางคืนเป็นประจำ 9.52  (2) ร้อยละของเด็กที่ดูสื่อโป๊ (การ์ตูนโป๊ วีซีดีโป๊ คลิปโป๊ เว็ปโป๊) เป็นครั้งคราวถึงประจำนะดับต่างๆ พบว่า ในเด็กระดับประถม ร้อยละ 6.83 ระดับมัธยมต้น ร้อยละ 24.33 ระดับมัธยมปลาย ร้อยละ 30.79 ระดับอาชีวะ ร้อยละ 39.74 และระดับอุดมศึกษา ร้อยละ 38.62 และ (3) ร้อยละของเด็กที่ระบุว่าเคยมีเพศสัมพันธ์ในแต่ละระดับการศึกษา พบว่า ระดับมัธยมต้น ร้อยละ 9.47 ระดับมัธยมปลาย ร้อยละ 16.75 ระดับอาชีวะ ร้อยละ 34.69 และระดับอุดมศึกษา ร้อยละ 37.25


จากรายงานและสถานการณ์ดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่า เด็กและเยาวชนในปัจจุบัน มีแนวโน้มในการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามระดับการศึกษา และมีทัศนคติต่อการมีเพศสัมพันธ์ถือเป็นเรื่องปกติในการใช้ชีวิตในการศึกษา โดยไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว (พ่อ แม่ ผู้อุปการะ) และสังคมอันดีงาม และมีแนวโน้มการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซึ่งเกิดจากการบริโภคที่เกินตัว อันนำไปสู่การหาเงินมาใช้จ่ายเพื่อการบริโภคเกินตัว โดยมีสื่อต่างๆ เป็นสิ่งเร้า ยั่วยุ ให้เด็กและเยาวชนเข้าสู่ระบบการบริโภคเกินตัว  เกินจำเป็น และนำไปสู่การขายบริการทางเพศ ทั้งในนักเรียนหญิง ที่ตกเป็นข่าว รวมทั้งนักเรียนชายที่เป็นข่าวบ้างแม้ว่าจะน้อยกว่าในสื่อต่างๆ อาจสรุปได้ว่า พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กเยาวชน ควรที่จะหันมาร่วมมือกันให้ความสำคัญ พัฒนาเด็กและเยาวชนไทย ให้เป็นเด็กดีมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมต่อไป

ที่มา: กระปุกดอทคอม: http://hilight.kapook.com/view/65702)
และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ( www.m-society.go.th
ภาพ: จากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, August 23, 2011

สถานการณ์แม่วัยใส (วัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม) 2554

|0 ความคิดเห็น
สถานการณ์แม่วัยใส (วัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม) ในจังหวัดกำแพงเพชร 2554

            สถานการณ์แม่วัยใสจากการศึกษาของสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 8 จังหวัดลพบุรี เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น จังหวัดกำแพงเพชร พบว่า

            จากสถิติปี 2552 จังหวัดกำแพงเพชรมีสถิติการแจ้งเกิดโดยแม่วัยรุ่นสูงเป็นอันดับ 1 คิดเป็นร้อยละ 20.40 รองลงมา คือ จังหวัดพิจิตร คิดเป็นร้อยละ 18.87 และสำหรับปี 2553 จังหวัดที่มีอัตราแม่วัยรุ่นสูงสุด คือ จังหวัดนครสวรรค์ คิดเป็นร้อยละ 28.60 รองลงมา คือ จังหวัดลพบุรี คิดเป็น ร้อยละ 26.10 และปี 2554 มีแนวโน้มว่าจังหวัดนครสวรรค์สูงสุด โดยข้อมูล 6 เดือน(ก.ย.53-มี.ค.54) มีจำนวนแม่วัยรุ่นสูงถึงร้อยละ 25.03 รองลงมาจังหวัดอุทัยธานี ร้อยละ 24.20 โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ข้อมูลในปี 2553, 2554 เป็นข้อมูลจากห้องคลอดโรงพยาบาล อาจเป็นไปได้ว่าประชาชนในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงมาทำคลอดที่โรงพยาบาลในจังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากมาตรฐานการให้บริการและการรองรับได้มาก ซึ่งต้องตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนเกิด จากกรมการปกครองและข้อมูลการคลอดบุตรจากจังหวัดอื่นๆ เปรียบเทียบอีกครั้ง

            สาเหตุการตั้งครรภ์ ข้อมูลจากเวทีประชาคม พบว่า (1) สาเหตุจากตัวเอง คือ ขาดความรู้เรื่องการป้องกันฯ ไม่มีทักษะการปฏิเสธ อยากรู้ อยากลอง การดื่มเหล้า เสพยาเสพติด ตามเพื่อน การเลียนแบบ (2) สาเหตุที่เป็นปัจจัยจากครอบครัว คือ ครอบครัวไม่อบอุ่น พ่อแม่ตามใจ พ่อแม่ไม่มีเวลาอบรมเลี้ยงดู และพ่อแม่แยกทาง (3) สาเหตุจากปัจจัยภายนอก คือ สิ่งยั่วยุสื่อลามก อนาจารเข้าถึงได้ง่าย โทรศัพท์มือถือ รถมอเตอร์ไซน์ รีสอร์ทราคาถูก

            แนวทางการแก้ไขปัญหาจากเวทีประชาคม คือ (1) การสอนเรื่องเพศศึกษาอย่างเป็นระบบให้โรงเรียน สาธารณสุขให้ความรู้เรื่องการป้องกันและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง (2) ส่งเสริมให้เด็กเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีกิจกรรมให้ทำทั้งครอบครัว (3) จัดบริการที่วัยรุ่นสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ เช่น โครงการพี่สอนน้อง เพื่อนช่วยเพื่อน เป็นต้น (4) ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสาร สถานการณ์ให้คนในชุมชนรับทราบ (5) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด (สื่อลามก ร้านอินเตอร์เน็ต สถานบันเทิง รีสอร์ท โรงแรม ฯลฯ) (6) ในชุมชนมีพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กมีกิจกรรมร่วมกัน และ (7) ชุมชนควรสอดส่องดูแลพื้นที่เสี่ยง ลดการมั่วสุม

ที่มา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร,สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 8 จังหวัดลพบุรี
ภาพ: จากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, November 2, 2010

การป้องกันและปราบปรามการเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลก

|0 ความคิดเห็น

           ปัจจุบันรูปแบบการเล่นการพนันมีหลากหลายวิธีและหลาย ช่องทางในการเข้าถึง เช่น การเล่นการพนันออนไลน์ทางเว็บไซด์ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ต และสถานศึกษา ในกลุ่มผู้ลักลอบเล่น การพนันมีหลายระดับทั้งกลุ่มวัยทำงานและกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่กำลังศึกษา ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการก่ออาชญากรรมในกลุ่ม คดีชีวิต ร่างกายและเพศ และคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ จาก พฤติกรรมการทวงหนี้ ปัญหาหนี้นอกระบบ ช่วงเทศกาลบอลโลกที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัด ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยปรับภารกิจ เป็นการป้องกัน ปราบปรามแก๊งทวงหนี้ ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3,789 ราย รวมมูลค่าของกลางในคดีรวม 135 ล้านบาท (รายงานผลการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 เสนอการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 10 สิงหาคม 2553)สามารถจับตัวแทนระดับเอเย่นต์ ที่สงยอดรับแทงพนันฟุตบอลผ่านทางเว็บไซด์ให้กับเจ้ามือรายใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยวงเงินที่นักพนันสามารถเล่นได้วันละไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อคน
           ทั้งนี้จากผลการสำรวจความคิดเห็นปัญหา และผลกระทบต่อการเล่นพนันฟุตบอลโลก 2010 ของกลุ่มประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,060 ราย ระหว่างวันที่ 12-16 กรกฎาคม 2553 ระบุว่า ร้อยละ 31 เห็นว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้จับกุมได้ยาก ร้อยละ 22 เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเจ้ามือ หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง และร้อยละ 16.8 ระบุว่า บทลงโทษตามกฏหมายไม่รุนแรง และเมื่อสิ้นสุดเทศกาลบอลโลก สิ่งที่ตามมา คือ ปัญหาอาชญากรรมของแก๊งรับจ้างทวงหนี้ และจากนักพนันที่ต้องการหาเงินเพื่อมาใช้หนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้เตรียมมาตรการการป้องกันปราบปรามแก๊งรับจ้างทวงหนี้ ทำร้ายลูกหนี้ ทั้งนี้ ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ควรสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน นักเรียน นักศึกษา ที่อาจถูกติดตามทวงหนี้ และในส่วนของภาครัฐ ควรมีนโยบาย และบทลงโทษการเล่นการพนันในห้เข้มงวดขึ้น
           ที่มา: ภาวะสังคมไทยไตรมาสสอง ปี 2553 ปีที่ 7 ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน 2553, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ,www.nesdb.go.th